มีการทำนายการตายของท่านผู้หญิงศรีรัศมีและเจ้าคุณพระสินีนาฏ ทั้งคู่เหมือนกัน

มีการทำนายการตายของท่านผู้หญิงศรีรัศมีและเจ้าคุณพระสินีนาฏ ทั้งคู่เหมือนกัน

เรื่องราวการพ้นจากฐานันดรศักดิ์ของท่าน ผู้หญิงศรีรัตน์กับอดีตเจ้าคุณพระสินีนาถ ทั้ง 2 ท่านนี้ต่างกันอย่างไร เรื่องราวของทั้งสองท่านนี้ต่างกันอย่าง ไร 1 ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ไม่ได้มีความ ผิดใดๆแต่ท่านลาออกเองเนื่องจากญาติๆของ ท่านทำความผิดต่อราชสำนักและกฎหมายบ้าน เมืองดังนั้นการที่ท่านจะได้กลับมาอีก ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายใดๆและไม่มี มลทินใดๆอีกด้วยเพราะหลังจากที่ท่านลาออก แล้วท่านก็เก็บตัวและปฏิบัติธรรมที่บ้าน และบางครั้งท่านก็ไปต่างประเทศซึ่งเป็น สิทธิ์ของท่านจะพึงทำได้ 2 ส่วนความผิด ของอดีตเจ้าคุณพระสินีนาถนั้นร้ายแรงมาก

หากจะเทียบกับท่านผู้หญิงศรีรัตน์ก็คนละ ขั้วคนละแนวเลยย้อนหลังไปในอดีตวันที่ ท่านผู้หญิงลาออกจากฐานะดอนสักนั้นเป็น เพราะเหตุการณ์จากญาติของท่านดังนี้ ราชกิจจานุเบกษาประกาศเรื่องพระเจ้า วรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัตน์พระวรชายาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชขอพระราชทานกราบ บังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระ ราชวงศ์แล้วพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายก รัฐมนตรีเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการด้าน คดีชาการหรือยูริภาคภูมิและณัฐพลหรือ กอล์ฟสุวดีโดนแจ้งข้อหา 112 เพิ่มอีกคดี หลังนายชาการเอาหนังสือรับรอง 3 ฉบับเซ็น ชื่อนายณัฐพลไปเป็นหลักฐานว่าติดภารกิจ

สำคัญทำให้เข้าเรียนตามกำหนดของหลักสูตร ปริญญาโทนิด้าไม่ครบจนมหาวิทยาลัยยอมผ่อน ผันให้เข้าสอบพนักงานสอบสวนสนลาดพร้าวตาม ไปแจ้งข้อหาถึงในคุกแล้วขณะที่โฆษกตำรวจ เปิดเผยการสอบสวนคดีเครือข่ายพงษ์พัฒน์ อดีตผบชกเริ่มงวดเตรียมประชุมสรุปสำนวน ส่งให้อัยการฟ้องผู้ต้องหาส่วนการพิจารณา ความผิดวินัยร้ายแรงที่จะเรย์ดำเนินการ น่าจะเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ราชกิจจานุเบกษาฉบับทะเบียนฐานันดรประเภท ขเล่มที่ 131 ตอนที่ 29 ขอไข่ 12 ธันวาคม 2557 ประกาศเรื่องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี

จักรีนฤบดินทร์ธร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตรมีพระ บรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ประกาศว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ศรีรัตน์พระวรชายาในสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราองค์กรสยาม มกุฎราชกุมารได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้า มหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมารเป็นลายลักษณ์อักษรว่าขอ พระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจาก ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ความทราบฝ่า ละอองธุลีพระบาทแล้วพระราชทานพระ บรมราชานุญาตประกาศณวันที่ 11 ธันวาคมพ.

ศ 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบันผู้ รับสนองพระบรมราชโองการพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีกรณีเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหารทลายเครือข่ายพลตำรวจ โทพงษ์พัฒน์ฉายาพันธุ์อดีตผบชกและพวก พร้อมตรวจค้นทรัพย์สินจำนวนมากแจ้งข้อหา ราชการทั้งแอบแฝงเบื้องสูงเรียกรับส่วย น้ำมันเถื่อนบ่อนการพนันไปจนถึงอุ้มทวง หนี้ในส่วนของคดีที่สนวัดพระยาไกรที่ กลุ่มผู้ต้องหาอุ้มผู้เสียหายซึ่งเป็น เจ้าหนี้ไปข่มขู่ให้ยอมลดหนี้กว่า 120 ล้านบาทเหลือ 20 ล้านบาทชุดสืบสวนสามารถ ติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เกือบหมดแล้วเหลือนายนพพรศุภพิพัฒน์อายุ

43 ปีเศรษฐีหมื่นล้านผู้จ้างวานที่หลบ หนีไปต่างประเทศขณะที่พนักงานสอบสวนสน พระโขนงออกหมายจับผู้จ้างวานแล้วอยู่ ระหว่างติดต่อเข้ามอบตัวล่าสุดตำรวจจับ กุมนางสุดาทิพย์ม่วงนวลหลานสาวพลตำรวจ โทพงษ์พัฒน์ดำเนินคดีข้อหา 112 แอบแฝง เบื้องสูงให้ได้งานประมูลเครื่องเสวยและ อาหารในครัวข้าราชบริพารพระที่นั่งอัมพร สถานและวังสุโขทัยความคืบหน้าจากกองบัญชา การตำรวจนครบาลเมื่อเวลา 16:30 นวันที่ 12 ธันวาคมคนตำรวจโทศรีวรา รังสิพราหมณกุลผบชนพลตำรวจตรีสมบัติ มิลินทัตถจินดาผบกสสบชดพลตำรวจตรีวิสูตร ฉัตรชัยเดชผบกน 6 และพลตำรวจเอกวิทวัส

ชินคำผู้กำกับการสนลาดพร้าวร่วมแถลงข่าว กรณีพนักงานสอบสวนสนลาดพร้าวดำเนินคดีนาย ชาการหรือยูริภาคภูมิอายุ 34 ปีและนาย ณัฐพลหรือกอล์ฟสุวดีอัครพงศ์ปรีชาอายุ 29 ปีข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระ มหากษัตริย์พระราชินีรัชทายาทหรือผู้ สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามความผิดมาตรา 112 กรณีแอบอ้างเบื้องสูงพันตำรวจเอก วิทวัฒน์ชินคำผู้กำกับการสน.

ลาดพร้าว กล่าวว่าตามที่พลตำรวจโทศรีวราสั่งการให้ สนลาดพร้าวตรวจสอบการกระทำติดตามมาตรา 112 เหตุเกิดที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ นิด้าถนนเสรีไทยแขวงคลองจั่นเขตบางกะปิ กทมพฤติการณ์ของคดีนี้คือนายชาการเป็นนัก ศึกษาภาคพิเศษหลักสูตรการจัดการภาครัฐและ ภาคเอกชนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ของสถาบันดัง กล่าวเข้าเรียนตั้งแต่ปี 2556 จะเรียน ทั้งหมด 6 ชั่วโมงจำนวน 6 ครั้งครั้งที่ 7 เป็นการสอบต้องมีเวลาเรียนทั้งหมดร้อยละ 80 สามารถขาดเรียนได้เพียงครั้งเดียวแต่ นายชาการขาดเรียนทั้งหมด 3 ครั้งจึงนำ หนังสือทั้งหมด 3 ฉบับลงชื่อโดยนายณัฐพล

มายืดที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์แจ้งว่านาย ชาการขาดเรียนเพราะมีภารกิจติดตามดูแล บุคคลสำคัญการยื่นหนังสือทำให้ได้สิทธิ์ จากทางมหาวิทยาลัยให้เข้าสอบซึ่งตามจริง จะต้องตกในวิชานั้นๆผู้กำกับการสน ลาดพร้าวกล่าวต่อว่าเมื่อตรวจสอบกับทาง มหาวิทยาลัยแล้วจึงประสานไปที่กองบังคับ การปราบปรามและพลตำรวจโทศรีวราเมื่อต้น เดือนธันวาคมพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยาน หลักฐานและสอบปากคำพยานพบว่ามีการกระทำ ความผิดดังกล่าวจริงก่อนขออนุมัติหมายจับ จากศาลทหารกรุงเทพฯพร้อมทั้งแจ้งข้อหากับ ผู้ต้องหาทั้งสองคนแล้วที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสอง

คนทราบว่าในรัฐพลเป็นคนลงนามเซ็นชื่อใน หนังสือทั้ง 3 ฉบับอ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง และให้การปฏิเสธส่วนนายชาการให้การรับ สารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นคนเซ็นชื่อทำ หนังสือและยื่นหนังสือดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยไม่ได้พาดพิงคนอื่นแต่อย่างใดใช้เวลา สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดนานกว่า 2 ชั่วโมงถามว่าจะดำเนินคดีวิชาการคนเดียว หรือไม่พันตำรวจเอกวิทวัสกล่าวว่าเป็น เพียงคำให้การของผู้ต้องหาอยู่ระหว่างรวบ รวมพยานหลักฐานเบื้องต้นดำเนินคดีกับผู้ ต้องหาทั้งสองคนแต่จะสืบสวนสอบสวนให้ถึง ที่สุดส่วนทางมหาวิทยาลัยส่งตัวแทนมาสอบ สวนเป็นพยานส่วนการแจ้งความสนลาดพร้าว

เป็นผู้แจ้งข้อหาด้านพลตำรวจโทศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลผบชนกล่าวว่าขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับความผิด ลักษณะดังกล่าวทันทีโดยเฉพาะความผิดข้อหา ตามมาตรา 112 และทุกคดีอย่างเด็ดขาดส่วน คดีอื่นๆอย่างกรณีสนสามเสนได้ตั้งคณะ กรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้นแล้วคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีได้ ภายในเร็ววันส่วนคดีอื่นๆหากปีจะทำไป เรื่อยๆส่วนการอายัดตั๋วผู้ต้องหาที่ก่อ เหตุในพื้นที่อื่นๆอย่างซอพอคลองหลวงได้ อายัดตัวผู้ต้องหาไว้หมดแล้วหากพาดพิง หรือเชื่อมโยงถึงใครทุกคดีจะดำเนินการตาม กฎหมายต่อไปส่วนกรณีในณรงค์กรหรือโจเจียน

เสริมศิลป์อายุ 41 ปีน้องชายเสียโจ้นาย สหชัยเจียนเสริมศิลป์ผู้ต้องหาหนีคดีปลอม แปลงเอกสารจังหวัดปัตตานีจ่ายส่วยน้ำมัน เถื่อนเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมว่ามี นายตำรวจระดับผู้กำกับการสังกัดตำรวจน้ำ ข่มขู่เสี่ยโจ้พลตำรวจโทศรีวรากล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบส่วนการตรวจสอบ หลักฐานที่ได้รับมาเอกสารการโอนเงินที่ เป็นใบสลิปการโอนเงินที่นายณรงค์กรมอบให้ นั้นมีจริงแต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใบสลิป การโอนเงินดังกล่าวเป็นใบสลิปการโอนเงิน ค่าอะไรต้องตรวจสอบรายละเอียดของผู้ เกี่ยวข้องอีกครั้งผู้สื่อข่าวรายงานด้วย ว่า หนังสือที่นายชาการยื่นให้ทางคณะทั้ง 3

ฉบับเป็นหนังสือตราครุฑส่วนราชการบันทึก ข้อความไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดแต่ระบุว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมเรื่องรับรองการปฏิบัติ ราชการเรียนถึงคณะบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เนื่องด้วย นายชาการได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ราชการเป็นเลขานุการประจำตัวมีภารกิจใน การติดตามดูแลบุคคลสำคัญในวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายนพุทธศักราช 2557 และวันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 จึงไม่สามารถเข้าเรียน วิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการระบุชื่อ อาจารย์ประจำวิชาและยังระบุข้อความให้นาย

ณัฐพลยืนยันว่านายชาการติดปฏิบัติราชการ ไม่สามารถเข้าเรียนได้ดังกล่าวนายณัฐพล หรือกอล์ฟและนายชาการร่วมกับพวกรวม 7 คน แอบอ้างสถาบันก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ ผู้เสียหายจำนวน 37 ล้านบาทเหตุเกิดท้อง ที่สนพระโขนงและร่วมกับพวกรวม 11 คน บังคับข่มขู่ให้ผู้เสียหายลดหนี้มูลค่า เสียหายจาก 120 ล้านบาทเหลือเพียง 20 ล้านบาทเหตุเกิดท้องที่สนวัดพระยาไกรถูก ดำเนินคดีข้อหามาตรา 112 และข้อหาอื่นรวม 4 ข้อหานอกจากนี้นายชาการยังร่วมกับพวก แอบอ้างเบื้องสูงเข้าแทรกแซงกิจกรรม ธุรกิจโรงน้ำแข็งภายในตลาดไทยจังหวัด ปทุมธานีจำหน่ายน้ำแข็งตัดราคาผู้เสียหาย

เซ้งจากผู้ประมูลกิจการได้มูลค่า 24 ล้าน บาทเพื่อส่งน้ำแข็งในตลาดไทยผูกขาดเพียง รายเดียวก่อนถูกกลุ่มผู้ต้องหาพบกิจการไป เสียหายแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สภ คลองหลวงและล่าสุดเหตุเกิดท้องที่สน ลาดพร้าวถูกดำเนินคดีตามความผิดมาตรา 112 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติพลตำรวจโท ประวุฒิถาวรศิริโฆษกสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอีกหนึ่ง คดีคือการไปแอบอ้างชื่อสถาบันนี้ได้กรณี นายชาการภาคภูมิซึ่งเรียนอยู่และขาดเรียน จึงให้นายณัฐพลสุวดีทำหนังสือไปว่านาย ชาการมาปฏิบัติภารกิจกับตนแอบอ้างว่าเป็น พระอนุชาจึงออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน

เพิ่มข้อหาทำให้เสื่อมเสียเป็นหมายจับจาก ศาลทหารเนื่องจากเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลัง จากรัฐประหารคดีดังกล่าวแจ้งความไว้ที่สน ลาดพร้าวช่วงต้นเดือนธันวาคมกรณีดังกล่าว เป็นการออกหมายจับและมีคดีอาญาติดตัว เพิ่มหลังจากนี้ในส่วนที่ดำเนินคดีมาตรา 112 เมื่อสรุปสำนวนแล้วจะส่งมาให้คณะ กรรมการพิจารณาคดีหมิ่นของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติดำเนินการพิจารณาเพื่อสั่งฟ้องพล ตำรวจโทประวุฒิกล่าวต่อไปว่าส่วนคดีที่ เกิดขึ้นในพื้นที่สนพระโขนงและสนวัด พระยาไกรพนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาให้คณะ กรรมการแล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมหลังจาก นี้ไม่น่าเกิน 10 วันจะส่งฟ้องได้ส่วนจะ

ออกหมายเรียกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและรวบรวมหลักฐาน การขยายผลมีขั้นตอนการดำเนินการหลายมิติ อาจทำให้ไปเจอผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่ม ได้ทุกอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไป ตามพยานหลักฐานส่วนความคืบหน้าของพัน ตำรวจโททรงรักขุนศรีรองผู้กำกับการ 6 บก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตามตัวถ้า ยังไม่มาจริงๆอาจจะออกมาเรียกอีก 1 ครั้ง ถ้ายังไม่มาพบเจ้าหน้าที่จะต้องออกหมาย จับขณะนี้ยังติดตามตัวอยู่ตลอดแต่ยังไม่ ได้ข้อมูลอะไรเนื่องจากเป็นตำรวจที่ทำงาน ลับๆจึงมีความชำนาญในการซ่อนตัวจะดำเนิน การควบคู่กับทางวินัยส่วนกรณีการสอบสวน

วินัยร้ายแรงของพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์อดีตผบชกพร้อมพวกที่เป็นข้า ราชการจเรตำรวจน่าจะมีความเห็นแล้วขอเวลา ตรวจสอบอีกครั้งด้านนายภูสิทธิ์หิรัญพืช เจ้าหน้าที่งานป่าไม้อาวุโสสำนักป้องกัน รักษาป่าและควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้นำกำลัง พร้อมรถบรรทุก 5 คันระดมคนย้ายไม้แปรรูป ของกลางคดีเครือข่ายพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ ฉายาพันธ์อดีตผบชกซ่อนไว้ในโกดังหลังสวง อพาร์ทเม้นท์เลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนน แจ้งวัฒนะตำบลคลองเกลืออำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีนายภูสิทธิ์เผยว่าจะขนย้าย ไม้แปรรูปที่ตรวจยึดเป็นของกลางทั้งหมดใน คดีพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ไปเก็บรักษาไว้ที่

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้อุบลกตำบลลำไทร อำเภอวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม้ ของกลางทั้งหมดมีกว่า 4000 แผ่นคาดว่า ต้องใช้เวลาคนย้ายประมาณ 4-5 วันจากนั้น จะเข้าขนย้ายไม้แปรรูปของกลางในคดีเดียว กันที่บ้านอีกหลังของพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ เลขที่ 50/962 ถึง 3 หมู่ 9 หมู่บ้าน เมืองทองธานีซอยเอ 2 ถนนแจ้งวัฒนะตำบล บางพูดอำเภอปากเกร็ดและที่บ้านญาติพล ตำรวจโทพงษ์พัฒน์ที่อำเภอบางใหญ่จังหวัด นนทบุรีต่อไปส่วนอดีตเจ้าคุณพระราชินีนาถ ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งนี้เพียง 68 วันก็ต้อง ถูกปลดฟ้าผ่าเพราะความผิดดังนี้วันที่ 21 ตุลาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ

ประกาศเรื่องให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่าย ทหารพ้นจากตำแหน่งทอฐานันดรศักดิ์และยศ ทหารตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุกชั้นตราความว่าพระบาทสมเด็จพระ ปรเมนทรามาธิบดีศรีศิลป์มหาวชิราลงกรณ์ พระวชิร 9 เจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการในพระ องค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่งถอด ฐานันดรศักดิ์และยศทหารตลอดจนเรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราเนื่อง จากกระทำความผิดราชสวัสดิ์และไม่จงรัก ภักดีต่อพระมหากษัตริย์เจ้าคุณพระ ราชินีนาถพิลาสกัลยาณีประพฤติตนต่อต้าน งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการสถาปนา

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีหลังจากที่ ได้ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรสเมื่อวัน ที่ 1 พฤษภาคม 2562 โดยได้แสดงตนต่อต้านและกดดันทุก วิถีทางเพื่อจะไม่ให้มีการสถาปนาสมเด็จ พระนางเจ้าพระบรมราชินีขึ้นทรงดำรง ตำแหน่งแต่จะให้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตน เองขึ้นดำรงตำแหน่งแทนตามที่ได้ตั้งความ หวังไว้แต่การไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวัง หลังจากพระราชพิธีผ่านพ้นไปแล้วด้วยความ ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงจึงได้พยายามหาหน ทางในการดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆเพื่อ ให้ได้มาซึ่งการสถาปนาตำแหน่งของตนเองนอก จากนี้เจ้าคุณพระราชินีนาถยังได้ล่วง ละเมิดพระราชอำนาจสั่งการในเรื่องต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการ ลดปัญหาหรือการกระทำใดๆที่ไม่เหมาะสมอัน มีผลกระทบต่อสถาบันและส่วนรวมของประเทศ ชาติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาให้ ขึ้นเป็นเจ้าคุณพระราชินีนาถพิลาสกัลยาณี ด้วยทรงหวังพระราชหฤทัยว่าจะลดแรงกดดัน และปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบ ต่อสถาบันหลังจากนั้นได้ส่งเฝ้าติดตาม ความประพฤติและการปฏิบัติของเจ้าคุณพระ สินีนาทมาอย่างต่อเนื่องจึงได้ทรงทราบว่า เจ้าคุณพระสินีนาทมิได้มีความสำนึกในพระ

มหากรุณาธิคุณและประพฤติตนให้เหมาะสมกับ ตำแหน่งอีกทั้งยังไม่พอใจในตำแหน่งที่ได้ รับพระราชทานอย่างกระทำการทุกประการที่จะ เทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ไม่มีความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีอัน ดีงามของราชสำนักแสดงความกระด้าง กระเดื่องต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีตลอดจน ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งในการดำเนินการสั่ง การแอบอ้างพระราชกระแสไปกระทำการหรือสั่ง การให้บุคคลต่างๆปฏิบัติตามคำสั่งของตน เองโดยตนเองไม่ต้องรับผิดชอบอ้างว่าได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ดำเนินการแทนพระองค์ทำให้ประชาชนเกิดความ

เข้าใจผิดในฐานะตำแหน่งของตนถือได้ว่าการ กระทำดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ส่วนตน โดยตรงให้เกิดความนิยมชมชอบอันนำไปสู่ สิ่งที่ตนคาดหวังไว้มิใช่เพื่อส่วนรวมโดย แท้จริงเพราะมุ่งหวังที่จะให้พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสถาปนาตนเองให้สูง ขึ้นเทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้าพระ บรมราชินีการกระทำของเจ้าคุณพระสินีนาถ ดังกล่าวถือได้ว่าไม่ถวายพระเกียรติขาด ความกตัญญูไม่สำนึกในพระมหากรุณที่คุณและ สร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชบริพารก่อให้ เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนถือเป็น การบ่อนทำลายประเทศชาติและสถาบันจึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าคุณ

พระสินีนาถพิลาสกัลยาณีพ้นจากตำแหน่งข้า ราชการในพระองค์ฝ่ายทหารถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหารตลอดจนเรียกคืนเครื่อง ราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราอาศัยอำนาจตาม ความในมาตรา 9 และมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระ ราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พุทธศักราช 2560 และมาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบ ราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการใน พระองค์พุทธศักราช 2560 และมาตรา 12 2 ของพระราชบัญญัติยศทหารพุทธศักราช 2479

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *